1 สิทธิได้รับคำปรึกษาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของ ราชการฯ (มาตรา 6)

2 สิทธิในการเข้าตรวจดู ค้นคว้า ยื่นคำขอให้หน่วยงานของรัฐจัดหาข้อมูลข่าวสาร ขอสำเนาหรือการรับรอง

สำเนาถูกต้องจากหน่วยงานของรัฐ (มาตรา 9 มาตรา 11 และมาตรา 26)

3 สิทธิคัดค้านการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการที่อาจกระทบถึงประโยชน์ได้เสีย ของตน (มาตรา 17)

4 สิทธิในการขอตรวจดูหรือขอสำเนาข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนเอง สิทธิยื่นคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลง

หรือลบข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนในส่วนที่เห็นว่าไม่ถูกต้องตามที่เป็นจริง (มาตรา 25 วรรคหนึ่ง

และวรรคสาม)

5 สิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองมิให้มีการนำข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่หน่วยงาน ของรัฐเก็บรวบรวมไปใช้อย่าง

ไม่เหมาะสมหรือเป็นผลร้ายต่อเจ้าของข้อมูล โดยบุคคลผู้เป็นเจ้าของข้อมูลมีสิทธิที่จะได้รับแจ้งถึงวัตถุประสงค์

ของการจัดเก็บข้อมูลข่าวสาร ส่วนบุคคลว่าจะนำข้อมูลไปใช้ในเรื่องใดหรือกรณีใด ลักษณะการใช้ข้อมูลตามปกติ

และมีสิทธิที่จะได้รับทราบว่ากรณีที่ขอข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานของรัฐนั้น เป็นกรณีที่มีกฎหมายบังคับให้ต้อง

ให้ข้อมูลหรือเป็นกรณีที่อาจให้โดยความสมัครใจ (มาตรา 23 วรรคสอง) และในกรณีที่หน่วยงานของรัฐจะเปิด

เผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลของบุคคลหนึ่งบุคคลใดที่ไม่อยู่ในข้อยกเว้นตามที่กฎหมายกำหนดไว้ตามมาตรา 24

หน่วยงานของรัฐจะต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อน

6 สิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐ มีพฤติการณ์ดังต่อไปนี้

6.1 ไม่นำข้อมูลข่าวสารตามมาตรา 7 ไปลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา

6.2 ไม่จัดข้อมูลข่าวสารไว้ให้ประชาชนตรวจดูตามมาตรา 9

6.3 ไม่ดำเนินการจัดทำสำเนาข้อมูลข่าวสารหรือสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของ ข้อมูลข่าวสาร ให้ตามคำขอตามมาตรา 9

6.4 ไม่ดำเนินการจัดหาข้อมูลข่าวสารให้แก่ผู้ยื่นคำขอตรวจดูข้อมูลข่าวสารของ ราชการตามมาตรา 11

6.5 ปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าหรือไม่ให้บริการข้อมูลข่าวสารตามมาตรา 13

6.6 ไม่ได้รับความสะดวกในการใช้สิทธิรับรู้ข้อมูลข่าวสารโดยไม่มีเหตุอันสมควร

6.7 หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ ข้อมูลข่าวสารของราชการฯ เช่น ไม่ให้คาแนะนาที่ถูกต้องหรือไม่ส่งคาขอให้หน่วยงานผู้จัดทาข้อมูลข่าวสาร